[BOOK REVIEW] นาร์ซิสกับโกลด์มุนท์
posted on 02 Aug 2010 23:21 by beorhtast in Novel
หายไปนานหลายเดือน กลับมาแล้วขอรับก่อนจะหายไปอีกสักพัก
สวัสดียามดึกทุกท่านขอรับ
คราวนี้เป็นรีวิวหนังสือเอนทรีแรกสินะขอรับ
ได้รู้จักและได้อ่านงานเขียนของลุงเฮสเส ถ้าจำไม่ผิดก็จะราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เอง ตอนที่ร้านหนังสือแถวๆ โรงเรียนลดราคา 25% ล้างสต๊อก ซื้อมาสองเล่มคือ ไฟชีวิต(Klingsors letzter Sommer) กับ คนุลป์(Knulp Drei Geschichten aus dem Leben Knulp)
เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านหนังสือที่งามจริงๆ (เนื้อเรื่องจะสุข ทุกข์ เศร้า ก็รู้สึกว่างาม..
) แล้วต้องคิดตามเล่นเอาจนมึนไปหลายวันเลยทีเดียว นี่ก็เป็นเสน่ห์ของหนังสือลุงเฮสเสล่ะนะขอรับ
หนังสือสองเล่มนั้นตัวเอกล้วนเกี่ยวข้องกับศิลปะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วยังจะเป็นนักพเนจรอีกด้วย (แต่คลิงซอร์ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง)
ส่วนเรื่องที่จะรีวิวนี่หรือขอรับ เล็งๆ ไว้นาน2อาทิตย์ ...รอสิ้นเดือนจึ่งได้ซื้อ
นาร์ซิสกับโกลด์มุนท์
Narziss und Goldmund
ผู้เขียน Hermann Hesse
ผู้แปล คุณอรัญญา โรเซ็นเบิร์ก-พรหมนอก และ คุณเฉิดฉวี แสงจันทร์
บาร์โค้ด 9786165100267
จำนวนหน้า 508 หน้า
ราคา 270 บาท
“นาร์ซิส เด็กหนุ่มผู้เดินบนเส้นทางของนักปราชญ์ผู้ทรงภูมิ
อุทิศชีวิตให้กับศรัทธา
โกลด์มุนท์ เด็กหนุ่มรูปงานผู้เทิดทูนนาร์ซิสหมดใจ
และต้องการที่จะมุ่งไปยังเส้นทางเดียวกันนั้น
หากนาร์ซิสก็ได้เผยโลกให้โกลด์มุนได้เห็นว่า
เส้นทางของเขาและเพื่อนไม่มีวันมาบรรจบกัน
โลกที่เต็มไปด้วยความเริงร่าแห่งโลกีย์ ความงดงามของชีวิตและความตาย
โลกของศิลปิน โลกของผู้พเนจรคนไร้บ้าน ความอดอยากหิวโหย
และอ้อมกอดของมารดาเท่านั้นที่รอคอยเขาอยู่
มิตรภาพระหว่างคนสองคนจากโลกสองโลก ที่แนบแน่นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด”
ต้นเรื่องพ่อได้พาโกลด์มุนท์ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเด็กชายมายังวัดมาเรียบรอนน์เพื่อศึกษาเล่าเรียน
มีคนสองคนของที่นี่ที่เขาชื่นชมเป็นพิเศษคือท่านดานิเอลอธิการวัดผู้เรียบง่าย โอบอ้อมอารี กับนาร์ซิสครูผู้ช่วยหนุ่มซึ่งอายุห่างจากเขาไม่มาก ฉลาดปราดเปรื่อง กิริยาสง่างาม เคร่งขรึมทว่าเป็นผู้ที่ผู้อื่นเข้าถึงได้ยากนัก
โกลด์มุนท์ไม่รู้วิธีที่ดีกว่าการตั้งใจเรียนจนเป็นนักเรียนตัวอย่างเพื่อให้นาร์ซิสสนใจเขา เพียงไม่นานเขาก็รู้สึกได้ว่าการพยายามนี้ช่างยากเย็นและต้องอดทนมากเหลือเกิน กระทั่งวันหนึ่งโกลด์มุนท์ได้รับชวนจากอดอล์ฟเพื่อนักเรียนที่เคยมีเรื่องชกต่อยกันตอนพบกันครั้งแรกให้ “เข้าไปในหมู่บ้าน” ซึ่งเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่งของวัด ใจจริงแล้วเขาอยากปฏิเสธแต่พอคิดว่ามันอาจทำให้ตนลืมอาการอ่อนเพลียต่างๆ ได้ เขาก็ตอบตกลง
จากการแอบออกจากวัดครั้งนั้นที่ก่อให้เกิดความสับสนในใจเขา วันรุ่งขึ้นโกลด์มุนท์พยายามฝืนอาการเพลีย บังคับตนให้ลืมเหตุการณ์เมื่อคืน และบอกว่าเขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่นาร์ซิสสังเกตได้จึงเรียกโกลด์มุนท์ไปพบที่ห้องสมุด แม้จะสอบถามแล้ว อีกฝ่ายหน้าซีดดูลังเลสุดท้ายไม่ยอมพูดอะไร ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้ออกมา
แล้วมิตรภาพของทั้งสองก็เริ่มต้นจากตรงนี้เอง
และจากญาณพิเศษล่วงรู้ชีวิตและเข้าใจผู้คนของนาร์ซิสแล้ว เขารู้ว่าธรรมชาติของโกลด์มุนท์นั้นไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในวัดกับการเป็นพระดังเช่นเขาเลยแม้แต่น้อย เขาจะต้องทำให้โกลด์มุนท์ผู้เชื่อว่าชีวิตตนถูกลิขิตให้เกิดมาเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้า มาเป็นพระผู้เคร่งครัดในศีลธรรม อยู่อย่างสันโดษเข้าใจซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเขา นาร์ซิสเองต่างหาก แม้ท้ายสุดแล้วอาจต้องเสียเพื่อนรักคนนี้ไปก็ตาม
อ่านไปได้สักหน่อยก็รู้สึกชักทะแม่งๆ เสียแล้วกับความรู้สึกของนาร์ซิส*หัวเราะ
สปอล์ยจ้ะ
เมื่อพบเพื่อนอีกครั้งตั้งแต่โกลด์มุนท์หนีจากวัดก็นานเกือบสิบปี นาร์ซิสได้ประจักษ์ว่าเส้นทางของเพื่อนที่หลงมัวเมาในทางโลกนั้นได้สร้างงานศิลปะที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและมีความเมตตาของพระเจ้าอยู่
ต่อมาโกลด์มุนท์ออกเดินทางอีกครั้ง ทุกๆ วันนาร์ซิสจะหวนนึกถึงเขาและคิดถึงผลลัพธ์ของเพื่อนที่ได้ออกไปโลกกว้าง ใช้ชีวิตอย่างอิสระและงานศิลปะจากมือคู่นั้นช่างวิเศษและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
ท้ายสุดนาร์ซิสชนะใจตัวเอง ไม่ออกไปจากทางชีวิตอันดีงามของตน
ทว่าใจของเขาที่เป็นของพระผู้เป็นเจ้าและงานอันศักดิ์สิทธิ์นั้นต้องรับเอาความขมขื่นจากการสูญเสียเพื่อนผู้เป็นที่รักยิ่งไปตลอดกาล.
++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้กำลังอ่าน "สิทธารถะ" อยู่ล่ะขอรับ งานเขียนของลุงเฮสเสเช่นกัน
เรื่องนาร์ซิสกับโกลด์มุนด์นี้ ก็กำลังอ่านแปลอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่แปลโดยคุณสดใสอยู่ล่ะขอรับ ใช้ชื่อว่า "นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนท์" ได้รับมาพร้อมกับเล่มสิทธารถะ
ต่อไปอยากอ่านเกมลูกแก้ว แต่คงหาซื้อได้ยากแล้ว แต่ก็เห็นว่าเว็ปของสำนักพิมพ์ยังมีสินค้าอยู่ก็เดี๋ยวจะสั่งเมื่อตังค์มา ตอนนี้แกลบได้ที่... คงจะรอสั่งพร้อมเล่มอื่นๆ อีกทีเดียว
ถ้าอีกสิบปีกลับมาอ่านนาร์ซิสฯอีกครั้งจะเป็นยังไงนะขอรับ
นั่นสินะ
ลุงเฮสเสขอรับ ข้าน้อยชอบหนังสือเล่มนี้ของลุงมากเลย
อันที่จริงก็ทุกเล่มที่ได้อ่านมานั่นแหละ แต่เรื่องนี้ชอบมากพิเศษ
ช่วงนี้พอฟังเพลง "Omoide no sugu soba de" ของโค่ซังแล้วนึกถึงหนังสือเล่มนี้แหละ
ทำไมกันล่ะหว่า...











