トキハヤオ View my profile

หายไปนานหลายเดือน กลับมาแล้วขอรับก่อนจะหายไปอีกสักพัก

สวัสดียามดึกทุกท่านขอรับ

 

 

 

คราวนี้เป็นรีวิวหนังสือเอนทรีแรกสินะขอรับ

ได้รู้จักและได้อ่านงานเขียนของลุงเฮสเส ถ้าจำไม่ผิดก็จะราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เอง ตอนที่ร้านหนังสือแถวๆ โรงเรียนลดราคา 25%  ล้างสต๊อก ซื้อมาสองเล่มคือ ไฟชีวิต(Klingsors letzter Sommer) กับ คนุลป์(Knulp Drei Geschichten aus dem Leben Knulp)

เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านหนังสือที่งามจริงๆ (เนื้อเรื่องจะสุข ทุกข์ เศร้า ก็รู้สึกว่างาม..)  แล้วต้องคิดตามเล่นเอาจนมึนไปหลายวันเลยทีเดียว นี่ก็เป็นเสน่ห์ของหนังสือลุงเฮสเสล่ะนะขอรับ

หนังสือสองเล่มนั้นตัวเอกล้วนเกี่ยวข้องกับศิลปะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วยังจะเป็นนักพเนจรอีกด้วย (แต่คลิงซอร์ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง)

 

 

 

 

ส่วนเรื่องที่จะรีวิวนี่หรือขอรับ  เล็งๆ ไว้นาน2อาทิตย์ ...รอสิ้นเดือนจึ่งได้ซื้อ

 

 

 

 

 

นาร์ซิสกับโกลด์มุนท์

Narziss und Goldmund

 

 

ผู้เขียน Hermann Hesse

ผู้แปล คุณอรัญญา โรเซ็นเบิร์ก-พรหมนอก และ คุณเฉิดฉวี แสงจันทร์

บาร์โค้ด 9786165100267

จำนวนหน้า 508 หน้า

ราคา 270 บาท 

 

 

คำโปรยจากปกหลัง

“นาร์ซิส เด็กหนุ่มผู้เดินบนเส้นทางของนักปราชญ์ผู้ทรงภูมิ
อุทิศชีวิตให้กับศรัทธา
โกลด์มุนท์ เด็กหนุ่มรูปงานผู้เทิดทูนนาร์ซิสหมดใจ
และต้องการที่จะมุ่งไปยังเส้นทางเดียวกันนั้น
หากนาร์ซิสก็ได้เผยโลกให้โกลด์มุนได้เห็นว่า
เส้นทางของเขาและเพื่อนไม่มีวันมาบรรจบกัน
โลกที่เต็มไปด้วยความเริงร่าแห่งโลกีย์  ความงดงามของชีวิตและความตาย
โลกของศิลปิน โลกของผู้พเนจรคนไร้บ้าน ความอดอยากหิวโหย
และอ้อมกอดของมารดาเท่านั้นที่รอคอยเขาอยู่
มิตรภาพระหว่างคนสองคนจากโลกสองโลก  ที่แนบแน่นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด”

 


ต้นเรื่องพ่อได้พาโกลด์มุนท์ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเด็กชายมายังวัดมาเรียบรอนน์เพื่อศึกษาเล่าเรียน 

มีคนสองคนของที่นี่ที่เขาชื่นชมเป็นพิเศษคือท่านดานิเอลอธิการวัดผู้เรียบง่าย  โอบอ้อมอารี กับนาร์ซิสครูผู้ช่วยหนุ่มซึ่งอายุห่างจากเขาไม่มาก ฉลาดปราดเปรื่อง กิริยาสง่างาม เคร่งขรึมทว่าเป็นผู้ที่ผู้อื่นเข้าถึงได้ยากนัก

โกลด์มุนท์ไม่รู้วิธีที่ดีกว่าการตั้งใจเรียนจนเป็นนักเรียนตัวอย่างเพื่อให้นาร์ซิสสนใจเขา  เพียงไม่นานเขาก็รู้สึกได้ว่าการพยายามนี้ช่างยากเย็นและต้องอดทนมากเหลือเกิน  กระทั่งวันหนึ่งโกลด์มุนท์ได้รับชวนจากอดอล์ฟเพื่อนักเรียนที่เคยมีเรื่องชกต่อยกันตอนพบกันครั้งแรกให้ “เข้าไปในหมู่บ้าน” ซึ่งเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่งของวัด ใจจริงแล้วเขาอยากปฏิเสธแต่พอคิดว่ามันอาจทำให้ตนลืมอาการอ่อนเพลียต่างๆ ได้ เขาก็ตอบตกลง

จากการแอบออกจากวัดครั้งนั้นที่ก่อให้เกิดความสับสนในใจเขา  วันรุ่งขึ้นโกลด์มุนท์พยายามฝืนอาการเพลีย บังคับตนให้ลืมเหตุการณ์เมื่อคืน  และบอกว่าเขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไร  แต่นาร์ซิสสังเกตได้จึงเรียกโกลด์มุนท์ไปพบที่ห้องสมุด  แม้จะสอบถามแล้ว อีกฝ่ายหน้าซีดดูลังเลสุดท้ายไม่ยอมพูดอะไร ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้ออกมา

 

แล้วมิตรภาพของทั้งสองก็เริ่มต้นจากตรงนี้เอง

 

และจากญาณพิเศษล่วงรู้ชีวิตและเข้าใจผู้คนของนาร์ซิสแล้ว เขารู้ว่าธรรมชาติของโกลด์มุนท์นั้นไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในวัดกับการเป็นพระดังเช่นเขาเลยแม้แต่น้อย  เขาจะต้องทำให้โกลด์มุนท์ผู้เชื่อว่าชีวิตตนถูกลิขิตให้เกิดมาเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้า มาเป็นพระผู้เคร่งครัดในศีลธรรม  อยู่อย่างสันโดษเข้าใจซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเขา นาร์ซิสเองต่างหาก  แม้ท้ายสุดแล้วอาจต้องเสียเพื่อนรักคนนี้ไปก็ตาม 

 

 

 

 

 

 

อ่านไปได้สักหน่อยก็รู้สึกชักทะแม่งๆ เสียแล้วกับความรู้สึกของนาร์ซิส*หัวเราะ

สปอล์ยจ้ะ
เมื่อพบเพื่อนอีกครั้งตั้งแต่โกลด์มุนท์หนีจากวัดก็นานเกือบสิบปี  นาร์ซิสได้ประจักษ์ว่าเส้นทางของเพื่อนที่หลงมัวเมาในทางโลกนั้นได้สร้างงานศิลปะที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและมีความเมตตาของพระเจ้าอยู่

ต่อมาโกลด์มุนท์ออกเดินทางอีกครั้ง  ทุกๆ วันนาร์ซิสจะหวนนึกถึงเขาและคิดถึงผลลัพธ์ของเพื่อนที่ได้ออกไปโลกกว้าง ใช้ชีวิตอย่างอิสระและงานศิลปะจากมือคู่นั้นช่างวิเศษและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ

 

ท้ายสุดนาร์ซิสชนะใจตัวเอง  ไม่ออกไปจากทางชีวิตอันดีงามของตน 

ทว่าใจของเขาที่เป็นของพระผู้เป็นเจ้าและงานอันศักดิ์สิทธิ์นั้นต้องรับเอาความขมขื่นจากการสูญเสียเพื่อนผู้เป็นที่รักยิ่งไปตลอดกาล.

 

 ++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้กำลังอ่าน "สิทธารถะ" อยู่ล่ะขอรับ งานเขียนของลุงเฮสเสเช่นกัน

เรื่องนาร์ซิสกับโกลด์มุนด์นี้ ก็กำลังอ่านแปลอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่แปลโดยคุณสดใสอยู่ล่ะขอรับ ใช้ชื่อว่า "นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนท์" ได้รับมาพร้อมกับเล่มสิทธารถะ

ต่อไปอยากอ่านเกมลูกแก้ว แต่คงหาซื้อได้ยากแล้ว แต่ก็เห็นว่าเว็ปของสำนักพิมพ์ยังมีสินค้าอยู่ก็เดี๋ยวจะสั่งเมื่อตังค์มา  ตอนนี้แกลบได้ที่... คงจะรอสั่งพร้อมเล่มอื่นๆ อีกทีเดียว

ถ้าอีกสิบปีกลับมาอ่านนาร์ซิสฯอีกครั้งจะเป็นยังไงนะขอรับ

 

นั่นสินะ 

 

 

ลุงเฮสเสขอรับ  ข้าน้อยชอบหนังสือเล่มนี้ของลุงมากเลย

อันที่จริงก็ทุกเล่มที่ได้อ่านมานั่นแหละ แต่เรื่องนี้ชอบมากพิเศษ

 

 

 

 

ช่วงนี้พอฟังเพลง "Omoide no sugu soba de" ของโค่ซังแล้วนึกถึงหนังสือเล่มนี้แหละ

ทำไมกันล่ะหว่า...