สาเกกับปลาย่าง
posted on 25 Jun 2009 21:43 by beorhtast in Heian
คราวนี้ข้าน้อยจะพูดถึงชายสองคนผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วธานีจนบัดนี้ชื่อของพวกเขายังคงเป็นที่จดจำของผู้คน
เขาทั้งสองต่างมีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกัน อายุไล่เลี่ยกัน ส่วนในราชสำนักนั้นมีอิทธิพลอยู่พอตัว
คนหนึ่งเป็นถึงขุนนางขั้นสี่ อีกคนเป็นโอรสองค์โตขององค์ชายKatsuakira
เรื่องราวของพวกเขาก็ช่างฟังดูแปลกประหลาดนัก
-------------------------------------------------
เอนทรีนี้อิงตามบันทึกKonjakuขอรับ
-------------------------------------------------
ท่านนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเท่าคนที่จะกล่าวในลำดับต่อไป แต่สำหรับผู้ที่ศึกษาด้านดนตรีญี่ปุ่นแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักท่าน
Minamoto no Hiromasa [源 博雅]
อย่างที่กล่าวไป ท่านเป็นโอรสขององค์ชายคาสึอาคิระ ดังนั้นจึงมีศักดิ์เป็นพระนัดดาของจักรพรรดิไดโกะ
เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ.918 เสียชีวิตลงใน 8 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.980
ท่านฮิโระมาสะเป็นนักดนตรีอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ในยุคเฮย์อันและยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีราชสำนัก
ท่านยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งจากจักรพรรดินีและข้ารับใช้ในตำหนักของพระองค์ว่า ‘Choushuukyou’ หรือ ‘ท่านฤดูใบไม้ร่วงหลังตำหนักเหมันต์’
ในวัยเยาว์ ท่านเรียนการร้องเพลงพร้อมกับองค์ชายAtsumi เรียนโคโตะพร้อมกับท่านMinamoto no Osamu เรียนการบรรเลงขลุ่ยจากท่านOoishi no Minekichi และเรียนบรรเลงขลุ่ยฮิจิริคิจากท่านYoshimine no Yukimusa
ท่านฮิโระมาสะไปเยือนท่านSemimaru ซึ่งเป็นพระตาบอดข้างหนึ่งเพิ่อหวังจะได้ยินบทเพลงที่แต่งขึ้นลับสำหรับบิวะ อีกทั้งยังมีข่าวลือว่าพระรูปนี้สามารถบรรเลงขลุ่ยในบทเพลงที่ชื่อว่า ‘Ryuzen’ และ ‘Takuboku’ ที่ ณ เวลานี้ไม่มีผู้ใดสามารถบรรเลงได้อีกแล้ว ยอดนักดนตรีผู้นี้จึงอยากได้ยินสักครั้ง
ท่านได้ส่งสารไปขอร้องท่านเซมิมารุแต่ก็ถูกปฏิเสธ ท่านจึงตัดสินใจแอบซุ่มใกล้ๆ กับเรือนของท่านเซมิมารุในวันที่ไม่เข้าเวรในพระราชฐานพลางหวังว่าท่านคงจะบรรเลงบทเพลงเหล่านั้นบ้าง
เป็นเช่นนี้ถึงสามปี ในคืนเดือนแปด เสียงเพลงริวเซ็นที่บรรเลงจากบิวะก็ดังขึ้น จากนั้นท่านเซมิมารุก็รำพึงกับตัวเองว่าคงไม่มีใครมาร่วมแบ่งปันความสุนทรีย์จากดนตรีกับตนอีกแล้ว ท่านฮิโระมาสะจึงก้าวเท้าออกไปปรากฏต่อท่านเซมิมารุ
ในปีค.ศ.966 ตามรับสั่งของจักรพรรดิMurakami ท่านได้เรียบเรียงบทเพลงสำหรับราชสำนักชื่อว่า Shinsen gakufu หรือเรียกอีกอย่างว่า Hakuga no Fue-fu ซึ่งหมายถึง ‘สกอร์ขลุ่ยของฮิโระมาสะ’ ถือว่าเป็นสกอร์ขลุ่ยที่เก่าแก่มากที่สุดอย่างหนึ่ง ในตำนานเกนจิอันเลื่องชื่อซึ่งแต่งโดยท่านหญิงMurasaki Shikibu มีบทเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากสกอร์ขลุ่ยนี้ด้วย และเวลาต่อมาได้ใช้เป็นแนวทางในการแต่งบทบรรเลงขลุ่ยริวเตคิในดนตรีราชสำนักสมัยใหม่
ไม่เพียงแต่คนชั้นสูงแค่ท่านฮิโระมาสะเท่านั้น ทั้งท่านMinamoto no Yoshitsune หรือ Taira no Atsumori และท่านอื่นอีกมากมาย ต่างก็รู้สึกผูกพันกับดนตรีที่ซึ่งมีอำนาจทำให้พวกเขาสนุกสนานหรือเศร้า รวมถึงเป็นหนทางอื่นแทนการเอ่ยกล่าว
ในบันทึกคอนจากุ กล่าวไว้ว่าท่านเป็นนักดื่ม(เหล้า)ตัวยงเลยทีเดียว
อีกบันทึกหนึ่งของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า Fujiwara no Sanesuke เขียนไว้ว่า
ท่าน ได้เขียนลงในบันทึกของท่านเช่นนี้
-------------------------------------------------
ท่านต่อมา ใครที่คลุกคลีกับอนิเม มังกะไม่ก็เกมส์อย่างน้อยน่าจะได้ยินชื่อเขาสักครั้ง
-------------------------------------------------
Abe no Seimei [安倍 晴明]
เกิดราวๆ ปีค.ศ.921 เสียชีวิตในปีค.ศ.1005
ว่ากันว่าท่านเซย์เมย์เกิดที่วัด Abemonju
ท่านเป็นบุตรชายของ Abe no Yasuna มารดามีนามว่า Kuzunoha ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นคิสึเนะ ชีวิตในวัยเยาว์อยู่กับท่าน Kamo no Tadayuki ผู้เป็นนักอมเมียว
บุตรชายของท่านชื่อ Abe no Yasuaki ส่วนหลานชายชื่อ Abe no Yasuchika แต่ทั้งนี้เรื่องเชื้อสายสืบต่อลงมายังไม่กระจ่างชัดนักว่าจะเป็นบุตรและหลานชายจริงๆ หรือไม่ บางทีอาจจะเป็นการรับมาเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้
ท่านเซย์เมย์เป็นนักอมเมียวที่ทำงานให้ราชสำนัก มีตำแหน่งเป็นถึงขุนนางขั้นสี่ซึ่งเป็นรองจากรองเสนาบดี
ตามบันทึกคอนจากุ ดูเหมือนว่าท่านจะใช้เวทย์มนต์อย่างไม่สนใจนักว่าจะเกิดข่าวที่ฟังดูแปลกประหลาด อย่างเช่นบานประตูหน้าต่างเปิดปิดได้เองทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ (เรื่องนี้พูดถึงอยู่เยอะเลยล่ะ) จนทำให้เกิดข่าวลือมากมายและอาจจะด้วยสาเหตุนี้ท่านแม่ของท่านจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นคิสึเนะ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านเดินทางไปบ้านพระสังฆราชHirosawa no Kanjo ครั้งนั้นมีกลุ่มขุนนางและพระเดินทางมาด้วย พวกเขาต่างได้ยินข่าวลือต่างๆ ของท่าน เมื่อสนทนาไปได้สักพักก็กลายเป็นว่าถูกพวกเขาคะยั้นคะยอให้แสดงอำนาจเวทย์มนต์นั่นออกมา ซึ่งเดาได้เลยว่าหากไม่ทำก็จะกลายเป็นเรื่องนินทาว่าท่านไม่ได้ เก่งกาจอย่างที่ร่ำลือ
กบโชคร้ายตัวหนึ่งก็กระโดดเข้ามาในสวน ท่านจึงเด็ดใบหลิวที่ยื่นเข้ามาในชานร่อนใบไปพร้อมกับร่ายมนต์ เมื่อใบหลิวสัมผัสร่างตัวกบตัวนั้นมันก็ขาดออกจากกันจนเครื่องในกระจายออกมา ขุนนางและพระกลุ่มนั้นต่างมองดูด้วยความหวาดกลัว...
ว่ากันว่าเด็กที่เกิดจากมนุษย์กับคิสึเนะจะสามารถใช้อำนาจเวทย์มนต์ได้ดั่งเช่นคิสึเนะ
ท่านเซย์เมย์ได้เขียนตำราชื่อว่า Senji Ryakketsu ซึ่งถือว่าเป็นตำราทางอมเมียวที่ดีที่สุด
หลังท่านสิ้นชีวิตได้สองปี ศาลเจ้าเซย์เมย์ได้สร้างขึ้นที่โอซากะตามรับสั่งขององค์จักรพรรดิและยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
-------------------------------------------------
credit :: History of Japanese Court Music , Heian Real Life ,Wiki
-------------------------------------------------
ในความเห็นของจขบ.
ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าท่านยาซึอากิเป็นบุตรบุญธรรมของท่านเซย์เมย์ขอรับ(เพราะฉะนั้นท่านยาซึจิกะก็ต้องเป็นหลานบุญธรรมสินะ) แล้วถ้ามีการผสมข้ามสายพันธุ์ลูกที่เกิดจะต้องเป็นหมันไม่ใช่เหรอ??
ถ้าถามว่าทำไมล่ะก็ เรื่องของท่านที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นชายรักหญิงหรือซะเท่าไหร่เลย และบางทีท่านอาจเป็นชายที่หลงรูปตัวเองจนไม่แยแสหญิงใดเลยก็ได้!
อืม ท่านเซย์เมย์ไปปรากฏในการ์ตูนและเกมส์อยู่เยอะทีเดียว ในซีรีส์ที่จขบ.ชื่นชอบอย่าง Harukanaru Toki no Naka de แล้ว ท่านยาซึอากิเป็นศิษย์เอกของท่าน ไม่ว่าใครต่างก็ชื่นชมในความสามารถทางอมเมียวและรูปลักษณ์อันงดงาม ทว่ากลับไม่มีใครรู้เลยว่ายาซึอากิคือ ‘สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น’ จากดอกคิเคียวในสวนของท่านเซย์เมย์เอง เขาจึงมีบุคลิกที่เข้าถึงได้ยาก แม้สามารถสร้างให้ยาซึอากิมีรูปลักษณ์ของมนุษย์ได้แต่ก็ไม่อาจสร้างจิตใจความคิดคำนึงที่มนุษย์มีให้ได้...
-------------------------------------------------
ที่มาของชื่อเอนทรี สาเกกับปลาย่าง
ในนิยายชื่อ ‘Onmyoji’ ที่แต่งโดยอาจารย์ Yumemakura Baku แต่งโดยอิงจากบันทึกคอนจากุ และทั้งสองท่านที่กล่าวถึงไปนี้ต่างเป็นเพื่อนรักกันและมักจะดื่มสาเกกับปลาย่างด้วยกันซะทุกครั้ง สำหรับเซย์เมย์นั้นถึงขั้นว่าถือไหสาเกติดไปด้วยตอนไปเยือนสิ่งลึกลับพร้อมกับฮิโระมาสะ
:D
ในเวอร์ชั่นมูวี่ที่จะเขียนเป็นเอนทรีต่อไป เราก็จะเห็นสองคนนี้นั่งกระดกสาเกด้วยกันบ่อยมากแล้วจะต้องมีปลาย่างด้วยถ้าไม่เสียบไม้อยู่อย่างในภาพหรือไม่ก็วางบนถาด ฉากจบทั้งสองภาคก็ใช่ล่ะขอรับ
คุณเด็กหญิงสระบัวแห่งบล็อกแก๊งที่ได้แปลส่วนของนิยายไว้5ตอนก็เปรียบทั้งคู่ว่าเป็นเหมือน ‘สาเกกับปลาย่าง’ ที่ถึงจะกินแยกก็อร่อยและยิ่งกินด้วยกันก็ยิ่งอร่อย
[แปลนิยาย]จากคุณเด็กหญิงสระบัว :: 1 , 2 , 3 , 4 , 5
สาเกกับปลาย่าง!
ฝากดูคาราเมลแดนซด้วยนะขอรับ~
p.s. เรียกว่าสองคนนี้ว่า'ท่าน'...รู้สึกตงิดยังไงชอบกลแฮะ
p.s.2 ศาลเจ้าเซย์เมย์เปลี่ยนโครงสร้างเว็ปใหม่แล้วขอรับ มีวิดีโอแนะนำแต่ละอย่างในศาลเจ้าด้วย :D
p.s.3 เอนทรีต่อไปที่จะเป็นเนื้อหาส่วนของมูวี่นั้น... ส่อ Yพะย่ะค่ะ






